Day 1 in บาหลี รีวิว ทัวร์เกาะ Nusa Penida ฝั่งตะวันตกแบบเต็มวัน + ดำน้ำชมปะการังจากเว็บ Klook (ซื้อเอง โนสปอนเซอร์)

29 พฤษภาคม 2562 Bali, Indonesia


บาหลี รีวิว ทัวร์เกาะ Nusa Penida ฝั่งตะวันตกแบบเต็มวัน + ดำน้ำชมปะการังจากเว็บ Klook


ในที่สุดก็ได้ไปซะที "บาหลี" จังหวัดสุดฮิตที่ตั้งอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย ที่ใคร ๆ ต่างก็แห่ไปเช็คอินกันไม่หวาดไม่ไหว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวยุโรป ซึ่งโบได้แพลนตอนแรกว่าจะไปคนเดียว โซโล่เดี่ยว ๆ แต่ปรากฏว่าอ่านรีวิวแล้วมันอาจจะไม่คุ้มและค่าใช้จ่ายก็อาจจะสูงเกินไปสำหรับการเดินทางไปคนเดียว ฉะนั้นก็เลยต้องหาผู้ร่วมอุดุมการณ์ หรือผู้ร่วมหารค่าทริปนั่นเอง 555

โดยบล็อกนี้จะเป็นการเขียนรีวิวละเอียด ๆ ของวันแรกซึ่งโบจะข้ามไปเกาะ Nusa Penida โดยการซื้อทัวร์แบบเต็มวันของเว็บไซต์ขายแพคเกจ ดีลท่องเที่ยวชื่อดังสัญชาติฮ่องกง Klook ลิ้งค์นี้ > ทัวร์เกาะนูซาเปอนีดาฝั่งตะวันตกในบาหลีแบบเต็มวัน ซึ่งเป็นทัวร์ไปเยี่ยมชมแลนด์มาร์กฝั่งตะวันตกของเกาะ ได้แก่ Angel's Billabong ผาแอ่งน้ำธรรมชาติ, Broken Beach,  Kelingking เขาทีเร๊กซ์ในตำนาน และดำน้ำชมปะการังที่หาด Crystal Bay รวมรถ-รับส่ง จากโรงแรม และอาหารกลางวัน ของโบและเพื่อนรวมกัน 3 คน ราคา  Rm711~ 5,859.6 บาท ตกคนละ 1,953 บาท

จะคุ้มกว่าซื้อทัวร์ไปเองไหม​? จะต่างจากทัวร์อื่น ๆ ยังไง ตามไปดูเลย

Day 0 

6:30pm: Leave for KLIA29:50pm: Depart to Denpasar 


รีวิว Bigpay ไม่มีค่าธรรมเนียม
ค่าตั๋วเครื่องบินไปบาหลีจากกัวลาลัมเปอร์ 

โดยการเดินทางครั้งนี้โบและเพื่อนก็ได้ช่วยกันหาตั๋วเครื่องบินที่ถูกที่สุดในช่วงวันที่เราจะไปกัน คือวันที่  18 - 22 พ.ค. ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลรอมฏอนของประเทศมาเลเซีย และแล้วก็เจอตั๋วไปกลับ กัวลาลัมเปอร์ - เดนปาซาร์ (KUL-DPS) ในราคา RM1557 ~ 11,834 บาท ต่อ 3 คน เฉลี่ยคนละ 3,945 บาท พร้อมส่วนลดจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินกับบัตร BigPay ประมาณ 230 บาท ไม่มีค่าธรรมเนียมในการจ่ายค่าบัตรด้วยนะ 

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าบัตร BigPay คืออะไร? ซื้อตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียไม่มีค่าธรรมเนียมจริงเปล่า ไปอ่านดูได้เลย 

#เที่ยวเก่ง เคล็ดลับจองตั๋วแอร์เอเชียยังไง ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม +แจกโค้ดรับเงินฟรีสำหรับสมัครบัตร BIGPAY ครั้งแรก คลิ๊ก

ปล. ไม่รวมค่าน้ำหนักกระเป๋ากับประกันที่ซื้อเพิ่มเติมตอนหลัง รวม ๆ แล้วตกคนละเกือบ 5 พันบาทไทย

Day 1 

12:55am: Arrive in Ngurah Rai International Airport


ถึงสนามบินบาหลี
โดยผู้ร่วมทางของเราในทริปนี้ก็คุ้นหน้าคุ้นตาอีกเช่นเคยกับเพื่อนชาวฟิลิปปินส์ของโบ ได้แก่ อีรอส (ผมดำ) และยูริ น้องชายของอีรอส (ผมทอง) ที่จะเป็นตากล้องหลักให้เราสองคนในทริปนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ พวกเราเคยออกทริปไปกรุงเทพด้วยกันมาก่อนแล้ว ตามไปอ่านรีวิวของนางได้ที่ http://www.fishmeatdie.com/search/label/travel-thailand

เรามาถึงสนามบิน Denpasar ก่อนเวลาลง ใช้เวลาผ่านขั้นตอนการเข้าเมือง ตม. ต่อคิวแค่ไม่ถึง 20 นาที โดย ตม. ถามแค่ว่า How many days in Bali? แค่นั้นเอง  ไม่ยุ่งยากอะไร ใช้เวลารอกระเป๋าอีก 15 นาที ก็เดินทางออกจากสนามบิน เพื่อที่จะไปเช็คอินที่พักของเรา ระหว่างทางออกจะเจอเหล่าแท็กซี่รุมทึ้งเรายังกะซุปเปอร์สตาร์ ซึ่งตอนแรกเราก็แพลนจะเรียก Grab ไปโรงแรม
แต่เดี๊ยวก่อน สำหรับใครที่ไม่มีซิมโทรศัพท์ หรือกะจะไปซื้อที่อื่น (ซิมในสนามบินแพงมาก แพงกว่าราคาปกติทั่วไป เพื่อนคนอินโดของเราบอกให้ไปซื้อตามร้านข้างทางหรือในตัวเมืองอุบุด จะถูกกว่ามาก) ให้ต่อสัญญาณไวฟายของสนามบินฟรี ใช้ไปก่อน และที่สำคัญห้ามเดินออกจากพื้นที่ในสนามบิน เพราะถ้าเดินออกไปตรงที่มีแท็กซี่มายืนรอ จะไม่มีสัญญาณไวฟายแล้ว ใครจะเรียก Grab หรือใช้สัญญาณไวฟาย ก็ใช้ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยเดินออก

อีกอย่างการเรียกแกรบในสนามบินของบาหลี เป็นอะไรที่น่ากลัวมาก เพราะคนขับรถแท็กซี่จะเดินมารอผู้โดยสารที่ปากทางหลังจากรับกระเป๋าเลย จากที่เราสังเกต พี่ ๆ เค้าจะคอยมองผู้โดยสารที่ถือโทรศัพท์ และถามว่า You call grab? แล้วก็จะทำหน้าโมโห แล้วเรียกให้ไปขึ้นแท็กซี่เสื้อฟ้าของสนามบิน ซึ่งคำแนะนำของเราคือ No, Thank you. My friend is waiting for me outside. ทางทีดีควรเอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋า แล้วเดินตรงข้ามทางม้าลาย ทะลุลานจอดรถ ตรงไปจะเจอถนนสองเลนแคบ ๆ  ก็ข้ามเกาะกลางไปจะเจอแท็กซี่จอดอยู่ ซึ่งสามารถเรียก Grab มาตรงนี้แล้วนั่งออกไปเลย เพราะใกล้กับทางออกสนามบิน

หรือวิธีของเราคือ เมื่อข้ามไปรอแท็กซี่นอกอาคารจอดรถแล้ว พวกแท็กซี่ก็จะมารุมถามเราเช่นเคยว่าไปไหน และพวกนางจะบวกเพิ่มอีก Rp100.000 ~ 220 บาท บอกเป็นค่าธรรมเนียมแอร์พอต เราก็เปิด Grab แล้วโชว์พวกนางราคาที่ใน Grab ขึ้น ถ้าพวกนางบอกจะบวกเพิ่ม Rp100.000 ก็บอกไปเลยไม่เอา จะเอาราคานี้ แล้วก็กดเรียก Grab ไปเลย พอกดปุ๊บเท่านั้นแหละ นางบอกโอเค ๆ ทันที เราก็ยืนยันอีก ว่า This price right? no Rp100.000 ah? นางก็บอก yes yes ok ok ก็เลยแบกกระเป๋าขึ้นเลยจ้า

คืออย่างน้อยราคาใน Grab ก็เป็นมิตรภาพกว่าราคามิเตอร์นะเออ หรือจะเช็คราคาจากแอพ Gojek เอาไว้อ้างอิงสำหรับการต่อราคาแท็กซี่ก็ดีนะ เพราะส่วนใหญ่ราคาเหมาพวกนางแพงเกินเรื่องไปมาก


เรื่องควรรู้ที่บาหลี : ไม่ใช่ว่าเรียก Grab, Gojek หรือรถจากแอพแล้วจะมีรถรับตลอดเหมือนอยู่ที่ไทยนะ เพราะบางเขต อาทิเช่น Ubud, Canggu เค้ามีป้ายติดไว้เลย ห้ามรถ Grab หรือรถจากแอพผ่านหรือรับส่งผู้โดยสาร ควรเผื่อเวลาหรือหาแผนสำรอง ในกรณีที่เรียกรถแล้วไม่มีคนรับได้เลย ถ้าไม่ได้เช่ารถขับเอง ก็อาจจะต้องยอมต่อรองกับแท็กซี่เจ้าถิ่นอยู่ดี ><  

2.30am: Check in to Balisani Padma Hotel & sleep

พอได้แท็กซี่ในราคา Grab ปุ๊บ (RP85,000) เราก็เดินทางออกจากสนามบิน Denpasar กันทันที โดยก่อนออกจากสนามบินเราต้องจ่ายค่าธรรมเนียม RP10,000 ตรงด่านขาออก เราใช้เวลาเดินทางกันประมาณแค่ 10 นาทีเท่านั้น ก็ถึงที่พักของเราแล้ว 


จองโรงแรม คลิ๊กที่ภาพได้เลย

โดยโรงแรมที่เราพักกันคืนนี้นั่นก็คือ Balisani Padma Hotel ซึ่งตอนแรกเราแพลนกันว่าจะนอนในสนามบินบาหลีจนเช้า แล้วให้รถ Klook มารับที่สนามบิน แต่ปรากฏว่าเช็คเว็บ Agoda หาที่พักใกล้ ๆ สนามบินเอาไว้นอนแล้วก็เก็บกระเป๋าน่าจะเข้าท่ากว่า เพราะจะได้อาบน้ำ แล้วก็งีบได้ด้วย และหลังจากเช็คเอ้าท์ไปเกาะตอนเช้า จะได้ฝากกระเป๋าไว้ที่ Reception ก่อน แล้วค่อยมารับกลับตอนกลับจากเกาะ

Balisani Padma Hotel ReviewBalisani Padma Hotel Review

รีวิว โรงแรม Balisani Padma Hotel ที่เราจองกับ Agoda ซักนิด เพื่อใครตัดสินใจจะหาที่พักใกล้กับสนามบินบาหลี ราคาถูก เดินทางเพียงแค่ 10-15 นาทีจากสนามบิน ราคาจาก Grab RP85,000 เราจองห้องขนาดที่ถูกสุด 

เพราะอย่างที่บอก คือจะเอาไว้ฝากกระเป๋ากับอาบน้ำอย่างเดียว ณ จุดนั้นไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ราคาห้อง RM35.38 ~ 267 บาท สำหรับเตียงไซส์ควีน + เตียงเสริมเพิ่มราคา RM38 ~288 บาท คือแพงกว่าเตียงไซส์ควีนไปอีก รวมค่าภาษี ทุกอย่าง เราจ่ายไป 539.6 บาท ตกคนละ 179 บาท มีอาหารเช้าด้วยก็คุ้มนะ แต่เราเช็คอินแต่เช้าตรู่ เพราะจะต้องข้ามเกาะไปทัวร์ที่ Nusa Penida เลยไม่ขอรีวิวส่วนของอาหารเช้าแล้วกัน

มาถึงในห้องกันบ้าง สภาพห้องเก่าเลยละ ขออภัยไม่มีรูปประกอบ เพราะง่วงนอน 555 ห้องน้ำก็เก่า เป็นแค่ฉากกั้นจากเตียงนอน มีอ่างอาบน้ำ โดยรวมก็พออยู่ได้ เพราะเราอยู่แค่ 2-3 ชั่วโมง ไว้งีบเท่านั้น ถ้าไม่เอาเตียงเสริมอาจจะคุ้มอยู่ ผ้าห่มบางมาก ผ้าขนหนูเก่า ภายรอบนอกน่าอยู่กว่าในห้อง 555 สระว่ายน้ำสวยงามตามท้องเรื่อง ตกแต่งด้วยต้นลีลาวดี กลิ่นอายสไตล์บาหลีจริง ๆ สำหรับใครที่มีงบ และรักความสบาย ไม่แนะนำนะ You get what you pay for  จ้า สองร้อยกว่าบาทหรืออาจถูกกว่านี้ สำหรับเราโอเคเลยละ 

5.30am: Wake up and walk to Legian beach

morning walk by the beach at Legian beach
มาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ Legian Beach

หลังจากงีบไปได้ 2-3 ชั่วโมง อีรอสนางก็ปลุกให้พวกเราเก็บกระเป๋าแล้วก็เตรียมไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน เราเดินจากโรงแรมไปยังชายหาด Legian Beach ใช้เวลาประมาณ 10 นาที พอไปถึงหาดแล้วว้าวมากกก

morning walk by the beach at Legian beach morning walk by the beach at Legian beach morning walk by the beach at Legian beach morning walk by the beach at Legian beach morning walk by the beach at Legian beach morning walk by the beach at Legian beach


หาดทรายทอดยาว สะอาดตา ท้องฟ้าสีสวยเกินบรรยาย มีคนมาจ็อกกิ้งออกกำลัง จูงน้องหมามาเที่ยว เงียบสงบ เป็นการต้อนรับการมาบาหลีได้อย่างเพอร์เฟคสุด ๆ พวกเราใช้เวลาในการถ่ายรูปและเอ็นจอยการชมวิวอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ทันใดนั้น คนขับรถของ Klook ก็โทรมาบอกว่าอยู่หน้าโรงแรมแล้ว ที่นี่เราก็เลยเรียบเดินกลับโรงแรมอย่างไว ปล. คนขับรถมาตรงเวลานัดเป๊ะ 

ปล. รถที่มารับเป็นแบบ 6 ที่นั่งเหมือนแท็กซี่คันใหญ่บ้านเรา นั่งสามคนกำลังสบาย ข้างหลังใส่กระเป๋าได้พอดี

6.30am: Klook driver picks us up/check-out from the hotel.

เดินกลับโรงแรมไปถึงเราก็ขอโทษคนขับใหญ่เลย เพราะนางมาตรงเวลา แต่พวกเรามัวแต่ชมวิวที่ชายหาดกันเพลิน หลังจากนั้นก็เช็คเอ้าท์จากโรงแรม พนักงานที่โรงแรมก็ช่วยขนของ ขึ้นท้ายรถให้ อวยพรให้อีก คืออัธยาศัยดี ให้เต็มสิบ 

แล้วก็ออกเดินทางไปยังจุดนัดพบของ Klook เพื่อรอขึ้นรอสปีดโบ๊ตข้ามไปยังเกาะ Nusa Penida กัน

7.30am: Check-in at Klook office @Sanur Harbor




พอถึงจุดนัดพบของ Klook หรือ มีตติ้งพ้อยต์ สังเกตง่าย ๆ จะมีป้ายสีส้ม ๆ อยู่หน้าออฟฟิตแล้วก็มีคนนั่งรอเต็มทางเดิน ซึ่งเราไปถึงก่อนเวลา ฉะนั้นก็ต้องหาอะไรเติมท้องกันหน่อย ก็ได้ร้านอาหารข้าง ๆ ช่วยชีวิตไว้ ราคาก็โอเค พอรับได้ 

กินไปกินมาเพิ่งนึกได้ว่าพนักงานโรงแรมขนกระเป๋าของพวกเราทั้งหมดมาไว้ท้ายรถหมดเลย ซวยละที่นี่ ตอนแรกกะจะฝากไว้ที่โรงแรมก่อน กลับจากทริปแล้วค่อยไปเอา คนขับรถก็เลยบอกว่า ไม่เป็นไร เอาไว้ในรถนั้นแหละ เขาไม่ได้ไปไหน จะจอดรถไว้ที่ออฟฟิตนี้ทั้งวันจนกว่าจะรับไปส่งโรงแรม 

หุ้ยยยย โล่งไป

ที่นี่ก็รอเวลาไปขึ้นเรือเพื่อเดินทางไปยังเกาะ Nusa Penida กัน โดยเรือสปีดโบ๊ตจะใช้เวลาเดินทางอยู่ที่ 40 นาที ใช้ความเร็วสูงจริง ๆ ใครเมาเรือ ควรเตรียมถุงพลาสติกไว้เลย 5555

8.15am: Board the boat and depart to Nusa Penida


Check-in at Klook office @Sanur Harbor

พอถึงเวลา เราก็เดินทางด้วยเรือเที่ยวแรกของวัน โดยทีมงาน Klook จะแจกสายคล้องคอตามสี แล้วให้เดินตามไปขึ้นเรือที่ท่า ต้องเดินตามดี ๆ นะ ถ้าพลาดนี่คือตกเรือเลย เพราะเรือมีหลายลำมาก อย่าแวะระหว่างทาง เดินตามคนนำทางขึ้นเรือจะดีที่สุด

9.15am: Arrive at Nusa Penida


ทัวร์เกาะ Nusa Penida ฝั่งตะวันตกแบบเต็มวัน + ดำน้ำชมปะการังจากเว็บ Klook
ทัวร์เกาะ Nusa Penida ฝั่งตะวันตกแบบเต็มวัน + ดำน้ำชมปะการังจากเว็บ Klook

อ้างอิงจากกำหนดการตามเว็บไซต์ Klook เราก็ไปถึงเกาะ Nusa Penida ในเวลา 9:15 เป๊ะ ๆ เมื่อเรือเทียบท่าเสร็จ ก็จะมีคนขับรถมายืนรอรับ พร้อมป้ายชื่อ คนขับก็มารับพวกเรา พร้อมให้น้ำเปล่า 1 ขวด พอขับไปได้ซัก 10 นาที คนขับก็เลี้ยวแล้วจอดที่ท่าเรือ ซึ่งพวกเราก็ดีใจ ว่าถึง Angel's Billabong แล้วหรอ 

ที่ไหนได้ คนขับพามาดำน้ำตื้นหรือ Snorkeling ก่อนเลยจ้า เราก็เช็คจากในเว็บ ในเว็บก็บอกจะไปดำน้ำที่หลังไม่ใช่หรอ คนขับก็บอกยืนยันว่าไปดำน้ำก่อน เรือพร้อมแล้ว 

ดำน้ำที่เกาะ Nusa Penida


จุดนี้คือเฟลมาก เพราะแต่งหน้า ทำผม เตรียมพร้อมจะไปถ่ายรูปสุด ๆ แต่ที่ไหนได้ โดยสกัดดาวรุ่ง ให้มาดำน้ำก่อน 555 แอบเสียดายรองพื้นที่โบกมาจุง 

โดยในเรือก็มีลูกค้าของ Klook เป็นคู่รักอีก 1 คู่ สรุปเรือลำนี้มีลูกค้าทั้งหมดแค่ 5 คนเอง ไม่เยอะเกินไป และก็ยังพอมีความไพรเวทอยู่ ก่อนลงน้ำเราก็ถ่ายรูปให้คุ้มกับค่ารองพื้นที่ทามาหน่อย ฟ้าสีคราม สดใส สวยมาก ๆ 

ในแพคเกจของเรา พวกเราซื้อกิจกรรมดำน้ำตื้นเพิ่ม ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากแพคเกจ เพิ่มอีก 575 บาท เพราะไหน ๆ เราก็มาทะเลกันแล้ว แล้วทะเลก็สีฟ้าคราม สวยมากกกกก ก็เลยอยากรู้ว่าใต้ท้องทะเลจะสวยงามแค่ไหน อีกอย่าง อีรอสก็ไม่เคยดำน้ำ Snorkeling มาก่อน ก็เลยจัดไปไม่รีรอจ้า

ดำน้ำที่ Crystal Beach Nusa Penida
 ดำน้ำดูปลา ปะการังที่ Crystal Bay 

คนขับรถของเรา ก็ลงเรือกับเราไปด้วย มีลูกเรือ คนขับเรือ และคนพาดำน้ำ คนขับเรือพาเราไปดำน้ำกัน 2 จุด จุดแรก คือ กามาตเบย์ ซึ่งเลยจาก Broken Beach ไปนิดนึง จุดนี้ค่อนข้างลึกอยู่ ปลานีโม่ ปะการังเยอะกว่า และจุดที่สองคือ Crystal Bay ตรงนี้ตื้นกว่า มีปลาเล็กน้อยให้พอตื่นตาตื่นใจ โดยคนพาดำน้ำจะให้เสื้อชูชีพคนละ 1 ตัว ตีนกบ 1 คู่ แว่น Snorkeling เมื่อพร้อมแล้วก็กระโดดตามพี่แกไปเลย

โดยใช้เวลาดำน้ำจุดละ 15-20 นาที บนเรือมันโคลงเคลงมาก พี่น้องทั้งสองคนก็อ้วกไปเรียบร้อย 555 เมื่อดำน้ำเสร็จคนขับรถก็พาไปอาบน้ำ เปลี่ยนชุด แล้วไปรับประทานอาหารกลางวันเป็นรายการต่อไป


11.30am: Have lunch



คนขับรถพาพวกเรามาถึงร้านอาหาร Warung Papa's Paradise ซึ่งดูภายนอกก็เหมือนเป็นร้านอาหารข้างทางธรรมดา แต่ที่ไหนได้ วิวสวยมากขอบอก พวกเราไปถึงร้านเป็นกลุ่มแรก ก็เลยเลือกโต๊ะที่หันหน้าหาวิวแบบนี้ พนักงานก็เอาเมนูมาให้เราเลือก โดยมี Appetizer, Main Course, Desserts, Drinks อันนี้ก็รวมในแพคเกจที่เราซื้อจาก Klook ไปแล้ว อาหารรสชาดใช้ได้เลย


1.15pm: Visit Angel's Billabong

Angel's billabong เกาะ Nusa Penida
Angel's Billabong 

ออกจากร้านอาหาร เราก็มุ่งหน้าไปยัง Angel's Billabong ระหว่างทางมา กะว่าจะงีบซักนิด ที่ไหนได้ ทางแบบสุดยอดจริง ๆ อะไรจริง ใครคอเคล็ด หลังเดาะ ท้องแก่ ไม่แนะนำอย่างแรง ใครที่คิดจะขับรถมาเอง หรือแว๊นซ์มา ขอบอกก่อนเลยว่า ถ้าไม่เคยขับรถวิบาก ขึ้นเขา ลงห้วย มาก่อน อย่าเสี่ยงเด้อ เพราะระหว่างทางที่ขับผ่าน ทางแคบมาก รถสวนกันบางทียังไม่พ้นคัน ต้องให้อีกคันผ่านไปก่อน อีกคันต้องถอยหลังลงเนิน มีลงไปตะแคงด้วยเด้อ มอไซด์ก็มีจอดเข็นกันเพียบ คือทางโหดจริง ๆ เรียกว่า 90% ของทั้งเกาะเลย

แต่พอไปถึงแล้ว ก็ตะลึง สวยงาม เกินคำบรรยาย



ทางเดินลงไปค่อนข้างลาดชัน ให้ใส่รองเท้ารัดส้นหรือผ้าใบจะโอเคกว่า เราใส่รองเท้าแตะแถมพื้นเปียก เดินลงไปหัวแทบขมำ ต้องเกาะเพื่อนเดิน 555 ตอนไปคือ อยากลงไปแช่น้ำมาก แต่ตัวเพิ่งแห้งไง เลยขอถ่ายรูปซักนิดหน่อย ใครจะลงไปว่าย ไปแช่ก็ได้นะ เพียงแต่ห้ามไปว่ายใกล้ขอบหรือหน้าผา เพราะมีชาวบ้าน เป่านกหวีดเตือนอยู่

1.30pm: Visit Broken Beach

Broken Beach เกาะ Nusa Penida
Broken Beach เกาะ Nusa Penida


หลังจากนั้นก็เดินไป Broken Beach จ้า ประมาณ 10 นาที ไม่ไกลกันมาก ระหว่างทางก็ขึ้นเนินไปหน่อย ต้องวอร์มกำลังขาให้ดี ขนาดเรายังมีหอบ 555 บวกกับอากาศร้อน แต่พอไปถึงก็อึ้งไปอีก อันนี้ยิ่งสวยไปใหญ่ คือของจริงสวยงามกว่าในรูปมาก ๆ เป็นล้านเท่า อยากให้ไปเห็นด้วยตาจริง ๆ


Broken Beach เกาะ Nusa Penida

เบื้องหลังการถ่ายรูป มันมีที่ให้ยืนถ่ายรูปที่เค้าทำไว้อยู่แล้วนะเออ ไม่ได้ไปปีนต้นไม้เค้า 555 

2.30pm: Visit Kelingking

Kelingking เกาะ Nusa Penida
Kelingking เกาะ Nusa Penida

อีก 1 จุดเช็คอินสุดฮอตที่ใครมาบาหลีก็ต้องห้ามพลาด กับเจ้าภูเขาไดโนเสาร์ทีเร๊กซ์ กว่าจะมาถึงจุดนี้ คือนั่งรถกันปวดตูด คอเคล็ดของจริงอะไรจริง แต่ก็คุ้มสุด ๆ ที่ได้มา แดดแรง ท้องฟ้าสวย คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ถามคนขับรถว่า อยากลงไปที่ชายหาดข้างล่างได้ไหม นางบอกลงได้ แต่ใช้เวลาเกือบชั่วโมง 5555 เวลาไม่พอ ก็เลยถ่ายรูป จนกว่าจะพอใจ แล้วนางจึงพากลับ 

ปล. ค่าแพคเกจรวมค่าจอดรถ ค่าผ่านทาง ทางเข้าทุกอย่างแล้ว ไม่ต้องพกเงินไปเลยก็ได้จ้า 


Kelingking เกาะ Nusa Penida
Kelingking เกาะ Nusa Penida

3.30pm: Return to Nusa Penida port and go back to Sanur port

ทางขากลับจาก Kelingking ไม่ค่อยโหดร้ายเท่าไหร่ เริ่มมีถนนลาดยาง พอให้ได้งีบซักหน่อย พอถึงท่าเรือ คนขับก็ส่งเราขึ้นเรือกลับ พวกเราก็ให้ทิปส์นางไป Rp100.000 ที่ดูแลพวกเราอย่างดี จริง ๆ การให้ทิปส์นี้แล้วแต่ความสมัครใจนะ ที่เราให้ก็เพราะนางขับรถ ส่งพวกเรากลับได้อย่างปลอดภัย ถึงแม้ว่านางจะบอกว่าขับแบบนี้ทุกวันก็เหอะ 555

4.50pm: Arrive at Sanur port

Black Sand Beach Sanur port
หาดทรายสีดำ @Sanur Beach

พอถึงฝั่ง คนขับรถที่รับเราจากโรงแรมเมื่อเช้านางก็มารอโบกมือรับที่ท่าเรือ ประเด็นคือพวกเราย้ายที่พักทุกคืน และจะไม่กลับไปที่โรงแรมเมื่อเช้าแล้ว ซึ่งตามแพคเกจคนขับรถจะไปส่งเรากลับตามโรงแรมที่รับมา เพราะจุดรับส่งแต่ละจุดของบาหลีมีราคาต่างกัน 

คนขับรถเลยบอกให้เราไปคุยกับบอสของเค้า ซึ่งบอสของเค้าก็เสนอราคามาว่าจะไปส่งโรงแรมของเราที่ Ubud ในราคา RP60,000 ~ 132.50 บาท (ตกคนละ RP20,000) คือถูกมาก ระยะทางกว่า 30 โล ซึ่งทางเราแอบเช็คราคากับ Grab ก็ประมาณนี้แหละ เราก็เลยตอบตกลง เดินทางกันต่ออีก 1 ชั่วโมงกว่า ๆ  เพื่อเข้าไปตัวเมืองอุบุด และเช็คอินสำหรับที่พักของเราคืนที่ 1 

สรุปความคุ้มค่าของแพคเกจทัวร์เกาะ Nusa Penida ฝั่งตะวันตกแบบเต็มวัน + ดำน้ำชมปะการังจากเว็บ Klook 


จากลิ้งค์นี้ ทัวร์เกาะนูซาเปอนีดาฝั่งตะวันตกในบาหลีแบบเต็มวัน ในราคาคนละ 1,953 บาท รวมดำน้ำ Snorkeling แล้ว ในมุมของเรา เราว่าคุ้มอะ เพราะมีเพื่อนแนะนำทัวร์ของเจ้าอื่นไม่รวมดำน้ำ ต่อแล้วก็ยังประมาณสองพันกว่าบาท รวมกัน 3 คนจะแพงกว่าของ Klook ไปอีก หรือบางคนที่เจอถูกกว่านี้ก็ดีใจด้วยเด้อ 

เพราะคนขับรถของเราก็บอกว่าคราวหน้าถ้าจองผ่านนาง นางจะให้ถูกกว่า Klook อีก อ้าว ซะงั้น 555 แต่อาจจะตัดหลาย ๆ อ็อปชั่นออก รถรับ-ส่งโรงแรม ไม่มีดำน้ำ อะไรทำนองนี้ 

สรุปเว็บ Klook นี้เชื่อถือได้นะ ซื้อจริง ไปได้จริง เราซื้อมาหลายดีลแล้ว ถ้าไม่ติดกับพาเราไปดำน้ำก่อน เราจะให้เต็ม 10 เลย คราวนี้ให้ 9 ละกัน หักที่พาไปดำน้ำก่อนแบบไม่ได้ตั้งใจ 555 

6.00pm: Dinner at Bebek Uma Sari

ดินเนอร์ในกระท่อมส่วนตัวที่ Bebek uma sari Ubud

ระหว่างทางก็บอกคนขับ ถ้าไม่รีบไปไหนต่อ ช่วยแวะร้านมินิมาร์ทให้หน่อย จะซื้อน้ำ ซื้ออะไรกินรองท้องก่อนได้ไหม นางก็ใจดีมากกกกกกก บอกว่า ถ้าหิว เดี๊ยวจอดร้านอาหารให้ก็ได้ ไม่รีบไปไหน ซักพักนางก็จอดที่ร้านอาหารหรูหราอลังการเลยเว้ย 555 ไม่รู้ว่านางได้ค่าคอมมิชชั่นอะไรด้วยเปล่าเนี่ย 


Bebek uma sari menu
  เมนูปลา Ngat Ngat อะไรซักอย่าง เผ็ดอร่อยดี หรือเพราะหิวมากไม่รู้ 55

ราคาเอาเรื่องอยู่ มื้อแรกกินหรู มื้อต่อไป กินข้างทางแล้วกัน 555 สรุปบิลมา RP540,000 ~1,200 บาท มี Tax กับ Service Charge ขนาดของอาหารน้อยนิดไปหน่อยถ้าเทียบกับราคา แต่ถ้าแลกกับบรรยากาศ ก็พอถูพอไถ 

7.45pm: Check-in at DD Ubud Jungle Villa

คนขับพาเรามาถึงยังที่พักใน Jungle 555 คือลึกจริงไรจริง แต่ไม่ไกลจากไร่นาข้าวขั้นบันได Tegalalang หรือ Uma Pakel, Alas Harum บาลีสวิงทั้งหลาย รวมไปถึงกาแฟขี้ชะมด Luwak Coffee ด้วย เมื่อเช็คอินเสร็จ ก็ปรากฎว่ามีเรื่องให้เซอร์ไพรส์อีก 

เพราะอีรอสนางจองที่พักสำหรับ 2 คน ไม่ได้จองเตียงเสริม สรุปรีเซปชั่นไม่ให้เช็คอินจ้า ต้องจ่ายค่าเตียงเสริมเพิ่มอีก RP350,000~774บาท ถึงจะให้เข้า พวกเราก็ต้องจ่ายเพิ่มตามระเบียบ 555 


มินิรูมทัวร์ DD Ubud Jungle Villa

พอเคลียร์กับ Reception อะไรเรียบร้อยแล้ว พนักงานก็แบกกระเป๋าของเราใบใหญ่ 30 โล ลงเขาไปอย่างว่องไว คือมันค่อนข้างมืด แล้วเป็นขั้นบันไดลงไปข้างล่าง พี่แกเล่นแบกซะของ 30 โลเหลือ 3 โล ด้วยความเร็วสูง คือเราเดินลงทีละขั้นยังเหนื่อย แอบหอบ พอซักพักพนักงานผู้หญิงก็แบกกระเป๋าลากใบเล็กของเราซึ่งก็หนักอีกกว่า 10 โลลงอย่างรวดเร็ว 

สรุปวิลล่าที่เราจะนอนคือวิลล่าที่อยู่ด้านล่างสุด วิลล่าสุดท้าย เงียบสงบมาก เดินลงขั้นบันไดน่าจะเกิน 30 ขั้น ถ้ามาฮันนีมูนนี้นะคงเพอร์เฟคสุด ๆ ไปเลย 555 ไพรเวทสุด ๆ 

สำหรับราคาของวิลล่านี้ ติดตามอ่านบล็อกหน้านะ เพราะอยากให้เห็นวิวตอนกลางวัน ว่ามันจะคุ้มมั้ย หรือยังไง​ เอ๊ะ! 



สำหรับบล็อกนี้ขอจบ Day 1 in  Bali ของเราเพียงเท่านี้ก่อน Day 2 กำลังตามมา รออีกแปบ ขอยั่วด้วยวิวอ่างอาบน้ำในวิลล่าก่อนละกัน 555


Flower shower bathtub at DD Ubud Jungle Villa
Flower shower bathtub at DD Ubud Jungle Villa 



บ๊ะบาย,




#BokoazLiveinBali

1 ความคิดเห็น

Don't follow your dreams! Follow my Instagram.

© A Girl With An Awkward Smile. Design by FCD.